เมโทรผนึก4แบรนด์ดังพีซีออกแคมเปญปกป้องข้อมูล
เมโทรซิสเต็มส์ ออกแคมเปญ"ดาต้าแคร์" กระตุ้นยอดพีซี-โน้ตบุ๊ค ผนึกบริษัทน้องใหม่รับกู้คืนข้อมูล "ไอดีอาร์"...

เมโทรผนึก4แบรนด์ดังพีซีออกแคมเปญปกป้องข้อมูล
นายวีรพันธุ์ ดุรงค์แสง ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ บมจ. เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรพีซี 4 แบรนด์ดัง คือ เอเซอร์ เดลล์ เอชพี และเลอโนโว รวมทั้งบริษัท อินเตอร์ ดาต้า รีคัฟเวอรี จำกัด (ไอดีอาร์) ผู้ให้บริการรับกู้คืนข้อมูลคอมพิวเตอร์ จัดแคมเปญดาต้าแคร์
ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวจะให้สิทธิลูกค้าที่ซื้อพีซี และโน้ตบุ๊คเครื่องใหม่จากบริษัท ทั้งลูกค้าองค์กร และบุคคล ตั้งแต่วันนี้ - สิ้นปี 2552 รับสิทธิ์กู้คืนข้อมูล กรณีใช้งานข้อมูลแล้วเกิดปัญหาได้ฟรี 1 ปี หรือ 4 ครั้ง มูลค่า 1,250 บาทต่อเครื่องต่อปี หากลูกค้าต้องการต่อสัญญาต้องซื้อจากไอดีอาร์
เขากล่าวว่า การออกแคมเปญนี้เพื่อกระตุ้นยอดขายพีซี และโน้ตบุ๊คทั้ง 4 แบรนด์ที่บริษัททำตลาดอยู่ โดยหวังจะเพิ่มยอดขายพีซี โน้ตบุ๊คครึ่งปีหลังที่ตั้งเป้าไว้ 5-6 พันเครื่อง เป็น 1 หมื่นเครื่อง จากครึ่งปีแรก ทำได้ 7-8 พันเครื่อง เพราะได้ลูกค้ามหาวิทยาลัยมาส่วนหนึ่ง
ด้านนายกิตติ เตชะทวีกิจกุล รองกรรมการผู้จัดการ เมโทรฯ กล่าวว่า พีซีและโน้ตบุ๊ค ทำรายได้ให้บริษัทประมาณ 10% แต่ต้องยอมรับว่า การทำธุรกิจปีนี้ค่อนข้างยาก จำเป็นต้องออกแคมเปญกระตุ้น ขณะที่ ลูกค้าจะได้ประโยชน์ และบริษัทก็ไม่ต้องแข่งขันราคา โดยบริษัทใช้งบสำหรับแคมเปญนี้ประมาณ 10 ล้านบาท
นายไพโรจน์ เตี่ยมังกรพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป ไอดีอาร์ อดีตผู้บริหารบริษัท คอมพิวเตอร์ ยูเนี่ยน จำกัด (ซียู) กล่าวว่า เขาตั้งบริษัทนี้ขึ้นประมาณ 7-8 เดือนที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาทรับบริการกู้คืนข้อมูลดิจิทัลทุกประเภท ทั้งบนระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เครื่องเล็ก ถึงใหญ่ โทรศัพท์มือถือ เมโมรีการ์ด กล้องวงจรปิด
โดยมีลูกค้าเป้าหมายทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ข้าราชการ นักศึกษา บุคคลทั่วไป อัตราค่าบริการกู้ข้อมูลจากซอฟต์แวร์ ขั้นต่ำ 1-2 พันบาทต่อครั้ง จากฮาร์ดแวร์ ครั้งละ 7 พัน - 1 หมื่นบาทขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหายของข้อมูล
"เดิมการกู้คืนข้อมูลต้องส่งต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 2.5 หมื่นบาทต่อครั้ง ยังไม่รวมค่าขนส่ง ซึ่งข้อมูลที่สำคัญจริงๆ ลูกค้าจะต้องส่งไปดำเนินการ หรืออีกทางเลือกคือ ไปใช้บริการตามห้างไอทีที่มีร้านรับบริการ ก็กู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ถ้าลูกค้าส่งมาที่บริษัทเป็นแห่งแรก รับรองกู้คืนได้กว่า 90% และมีระบบรักษาความลับของลูกค้าเป็นอย่างดี ที่ผ่านมามีลูกค้ามาใช้บริการจากบริษัทหลากหลายประเภท ทั้งครูอาจารย์ นักศึกษา รวมถึงดารา นักร้อง ปีนี้คาดหวังรายได้ปีนี้ประมาณ 7 ล้านบาท" นายไพโรจน์กล่าว
ขณะที่ นายกิตติ กล่าวอีกว่า ครึ่งปีแรกนี้บริษัทรายได้ต่ำกว่าเป้า 13-14% ดังนั้นมีแผนกระตุ้นรายได้จากคอมพิวเตอร์ขนาดกลางราคาเฉลี่ยประมาณเครื่องละ 1 ล้านบาท โดยให้สิทธิ์ลูกค้าซื้อเครื่องใหม่ราคาเท่ากับ หรือน้อยกว่าค่าบำรุงรักษาเครื่อง 3-4 ปีรวมกัน พร้อมผ่อนชำระได้ และปีนี้คาดว่าจะทำรายได้ 5,000 ล้านบาท น้อยกว่าที่ตั้งไว้เท่ากับปีที่แล้ว 5,400 ล้านบาท
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก.

ป้ายกำกับ:
News IT
สังเวยชีพเหตุต้นแบบ iPhone 4G หาย
ข่าวเศร้าเช้านี้ สื่อในจีนรายงานว่า Sun Danyong วิศวกรหนุ่มวัย 25 ปีตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลังจากต้นแบบ iPhone 4G ที่ตนต้องรับผิดชอบในการจัดส่งจาก Foxconn บริษัทต้นสังกัดที่ทำงานอยู่ไปยัง Apple ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย...
หนุ่มวิศวกรชาวจีนรายนี้ทำงานอยู่ใน Foxconn ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ใหืกับแบรนด์ใหญ่ๆ จากประเทศในฝั่งตะวันตกหลายเจ้าด้วยกัน รวมถึง Apple ด้วย โดยเขาได้รับหน้าที่ในการจัดส่งต้นแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างสองบริษัท แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เมื่อต้นแบบทั้งหมดได้หายไปในระหว่างทาง
โดยในวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา Danyong ได้รับต้นแบบ iPhone 4G จำนวน 16 เครื่องจากโรงงานผลิตในจีน หลังจากนั้นแค่สองสามวัน เขาก็พบว่า ต้นแบบที่รับมาหายไปหนึ่งเครื่อง เขาจึงรีบค้นหาว่ามันหายไปไหน อีกทั้งยังได้แจ้งให้ผู้จัดการของเขาทราบว่ามีการสูญหายของเครื่องต้นแบบในวันที่ 13 กรกฎาคม จากนั้นในวันที่ 15 ที่ผ่านมา พนักงาน 3 คนของ Foxconn ได้เข้าไปตรวจค้นในอพาร์ทเมนต์ของเขา ทั้งนี้มีรายงานว่า พนักงานบางคนอ้าง Danyong ถูกกักขังตัวไว้ และโดนทำร้ายร่างกาย ซึ่งในวันถัดมาหลังจากมีการเข้าตรวจค้น กล้องวิดีโอในอพาร์ทเมนต์สามารถบันทึกภาพการฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดออกจากหน้าต่างลงไปด้านล่าง

สังเวยชีพเหตุต้นแบบ iPhone 4G หาย
หลายคนทราบดีว่า Apple ให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษาความลับของผลิตภัณฑ์ใหม่มากที่สุด ดังนั้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจของ Foxconn กับ Apple คงขาดสะบั้นอย่างแน่นอน หากต้นแบบหลุดออกไป ซึ่งสำหรับเครื่องต้นแบบ iPhone 4G ที่หายไปนั้น ทางบริษัทแจ้งว่า ยังหาไม่พบ!!!
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายได้ออกมาให้ความเห็นว่า มันเป็นการยากเหลือเกินที่จะเชื่อว่า ต้นแบบของผลิตภัณฑ์จะสำคัญมากขนาดถึงกับต้องสังเวยชีวิตของคนหนึ่งคน ถ้อยแถลงของ Foxconn ที่ออกมาจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยส่วนกลางใช้คำว่า มันอาจเกิดจากการสอบสวนด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ว่าแต่งานนี้ทาง Apple จะให้ความเห็นว่าอย่างไร?
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร it มือถือ
Yahoo ปรับโฮมเพจใหม่เอาใจผู้ใช้สุดๆ
Yahoo ปรับโฮมเพจใหม่เอาใจผู้ใช้สุดๆ
ในที่สุด ยาฮู (Yahoo) เสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่ก็ได้เผยโฉมโฮมเพจใหม่สักที หลังจากที่ใช้ดีไซน์ปัจจุบันมานานกว่าสามปีแล้ว โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทางบริษัทเปิดเผยว่า ได้ใช้เวลาหลายปีในการออกแบบโฮมเพจใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการปรับแต่งแปลงโฉมบริการต่างๆ ได้ตามต้องการ
โฮมเพจล่าสุดของยาฮู ได้รับการออกแบบโดยมีเป้าหมายที่จะช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด (บางส่วน) คืนกลับมาจากกูเกิ้ล (Google) ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์กล่าวว่า การออกแบบโฮเพจใหม่นี้น่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากการเจรจาข้อตกลงทางธุรกิจกับไมโครซอฟท์ (Microsoft) และ Bing เสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ สำหรับการเชื่อมโยงคุณสมบัติการค้นหา และการสร้างรายได้จากโฆษณาออนไลน์ร่วมกันในอนาคต

ผู้บริหารของ Yahoo กล่าวว่า โฮมเพจใหม่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และลิงค์ทื่เชื่อมโยงไปยังคุณสมบัติการทำงาน และบริการต่างๆ ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน Yahoo ยังคงเป็นเครื่องมือค้นหาที่มาพร้อมกับการเป็นไซต์ข่าว และแหล่งร่วมข้อมูล ตลอดจนบริการ และแอพพลิเคชันต่างๆ โดยในหน้าค้นหาจะมีคุณสมบัติการทำงานใหม่ที่เรียกว่า dashboard ที่ประกอบด้วยกรอบพื้นที่"พรีวิว"แนะนำบริการต่างๆ ของ Yahoo เอง อย่างเช่น Yahoo Autos, Finance, Yahoo Mail และ Messenger รวมถึงบริการจากเว็บไซต์พันธมิตรอย่างเช่น Facebook, Gmail (?) หรือ eBay เป็นต้น

ผู้ใช้ Yahoo จะสามารถเลือกแอพพลิเคชันที่ชื่นชอบ อย่างเช่น แอพฯจาก eBay, Forbs.com และ Wired.com จากแท็บ My Favorites ซึ่งมีแอพฯ จากที่ต่างๆ ให้เรียกใช้มากกว่า 65 ตัวด้วยกัน ในขณะที่ยังคงสามารถเพิ่มแอพฯใหม่ๆ ที่ไม่ปรากฎอยู่ในรายการเข้าไปได้อีกด้วย ในส่วนของคุณสมบัติอื่นๆ ก็จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการปรับแต่งการทำงานเฉพาะผู้ใช้แต่ละราย อย่างเช่น การฟีดข่าว และการอัพเดตสถานะจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social Networks) โดยเฉพาะ Facebook และ MySpace ตลอดจนความสามารถในการปรับแต่งเพิ่มเติมคอลัมน์ "10 อันดับเรื่องค้นหายอดนิยม" ส่วนบริเวณกลางหน้าเว็บจะยังคงเป็นพาดหัวข่าวล่าสุด ตามด้วยคอลัมน์ไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับอาหาร แฟชั่น และคนดัง
ผู้บริหาร Yahoo กล่าวว่า โฮมเพจใหม่ (ภายในเรียกว่า Metro) ให้บริการแล้ว ในลักษณะทีเป็นทางเลือกสำหรับทดลองใช้ไปก่อน โดยเข้าไปที่ yahoo.com/trynew ส่วนโฮมเพจสำหรับประเทศฝรั่งเศษ, อินเดีย และสหราชอณาจักรจะเปิดให้บริการช่วงปลายสัปดาห์นี้ และที่ขาดไม่ได้คือ เวอร์ชันบนมือถือก็จะตามมาในสัปดาห์หน้าอีกด้วย นอกจากนี้ ทาง Yahoo ยังกล่าวอีกด้วยว่า หน้าค้นหา (search) ใหม่จะใช้งานง่ายกว่า อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับเดสก์ทอปพีซี และมือถือของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งตั้งค่าการทำงานเพียงครั้งเดียว ก็จะได้ใช้บริการที่ชื่นชอบที่เหมือนกันบนทุกอปุกรณ์
เชิญชมวิดิโอสาธิตการใช้งาน
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก..
ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสารโปรแกรม
MS ปิดบริการ Soapbox คู่แข่ง YouTube
MS ปิดบริการ Soapbox คู่แข่ง YouTube
เมื่อเดือนที่แล้ว ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้เปิดเผยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการทบทวนกลยุทธ์ของ โซพบ็อกซ์ (Soapbox) บริการอัพโหลดวิดีโอที่สร้างจากผู้ใช้ (user-generated video uploading service) ซึ่งล่าสุด ผู้บริหารของทางบริษัทกล่าวว่า ได้ตัดสินใจปิดบริการดังกล่าวแล้ว
Erik Jorgensen ผู้บริหารไมโครซอฟท์กล่าวว่า "ทางบริษัทจะเพิ่มฟังก์ชันการทำงานของ Soapbox เข้าไปในเว็บไซต์ MSN Video แทน เพื่อเปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ และนักข่าวภาคประชาชนได้อัพโหลด และแชร์คอนเท็นต์ให้กับผู้ใช้ MSN ได้รับชม"

MS ปิดบริการ Soapbox คู่แข่ง YouTube
Soapbox เป็นบริการที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถอัพโหลด และแชร์วิดีโอได้ฟรี โดยไมโครซอฟท์ได้เปิดให้บริการมากว่าสามปีแล้ว หลังจากตัดสินใจไม่ใช้วิธีซื้อเว็บไซต์อัพโหลดวิดีโอของเจ้าอื่น อย่างไรก็ตาม ผลปรากฎว่า บริการดังกล่าวไม่มีวี่แววว่าจะวิ่งไล่ตามผู้นำในตลาดได้ทันแม้แต่น้อย โดยมันมีแทรฟฟิกต่ำกว่า 5% ของแทรฟฟิกทั้งหมดในบริการ MSN Video เสียด้วยซ้ำ อีกทั้งผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่พอใจที่จะใส่โฆษณาของตนเข้าไปในคอนเท็นต์วิดีโอที่สร้างโดยมืออาชีพมากกว่าคลิปผู้ใช้ทั่วไป Jorgensen ย้ำว่า อย่างไรก็ตาม MSN จะยังคงให้บริการวิดีโอต่อไป สำหรับกำหนดการปิดบริการ Soapbox จะเป็นวันที่ 31 สิงหาคม ศกนี้
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก...

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสารโปรแกรม
"ไอพอดทัช"รุ่นใหม่ถ่ายวิดีโอ-ฮัลโหลเน็ต
"ไอพอดทัช"รุ่นใหม่ถ่ายวิดีโอ-ฮัลโหลเน็ต
รายงานข่าวล่าสุด แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ wired ยืนยันว่า iPod Touch รุ่นต่อไปจะมาพร้อมกับกล้องดิจิตอล และไมโครโฟน ซึ่งเป็นคุณสมบัติการทำงานที่ผู้ใช้ต้องการอย่างแน่นอน โดยมันจะทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกวิดีโอ และใช้บริการในลักษณะเดียวกันกับ Skype ได้อีกด้วย
หลังจากทีมีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ว่า iPod Touch รุ่นใหม่จะมีกล้องดิจิตอล และไมโครโฟนติดมาด้วย ล่าสุดแหล่งข่าวยืนยันว่า Apple ได้ออกแบบให้ iPod Touch รุ่นใหม่สามารถบันทึกวิดีโอ และใช้ฮัลโหลออนไลน์แบบสไกป์โฟนได้ "แหล่งข่าว(ที่รู้จักกันดีกับเว็บไซต์ wired) ได้เปิดเผยว่า ข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และโรงงานต่างๆ ของแอปเปิ้ลที่ตั้งอยู่ในจีนได้ผลิต iPod Touch รุ่นที่มาพร้อมกับกล้องดิจิตอล และไมโครโฟนเรียบร้อยแล้ว"

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังบอกอีกด้วยว่า iPod Touch รุ่นใหม่มีกำหนดการวางตลาดในอีก 2 - 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งผลของการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้าไปในไอพอดทัชรุ่นใหม่นี้จะทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสาร VOIP ที่ทำให้ผู้ใช้ฮัลโหลผ่านเน็ตได้ทุกที่ที่มี Wi-Fi รวมถึงการถ่ายคลิปวิดีโอคุณภาพ เพื่ออัพโหลด และแชร์ให้ชาวโลกได้รับชมผ่าน YouTube ได้ทันที ได้แต่หวังว่า มันจะไม่ใช่ข่าวลือซ้ำสองอีกนะ
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร it มือถือ
แฉ!!!ภัยจากร้านซ่อมคอมพ์ที่คุณต้องรู้
แฉ!!!ภัยจากร้านซ่อมคอมพ์ที่คุณต้องรู้
รายงานข่าวจากเว็บไซต์ SkyNews เปิดเผยเรื่องราวที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวกันมาบ้าง หรือไม่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจกันมากนัก ประเด็นที่ว่านี้ก็คือ มีการตรวจจับได้ว่า ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์บางแห่งในกรุงลอนดอนเข้าถึงข้อมูลของเจ้าของเครื่องที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์อย่างผิดกฎหมาย โดยพยายามจะแฮคบัญชีธนาคารออนไลน์จากเครื่องคอมพ์ที่ลูกค้าส่งซ่อม...

หนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นก็คือ ข้อมูลอย่างรหัสผ่าน (password) ที่ใช้ในการล็อกอิน เพื่อเข้าใช้บริการออนไลน์บนเว็บไซต์ต่างๆ ตลอดจนภาพถ่ายส่วนตัวในวันหยุดของลูกค้าได้ถูกก็อปปี้ออกไปใส่ในแฟลชไดรฟ์โดยนักเทคนิคที่เป็นช่างซ่อมของทางร้าน ส่วนอีกกรณีหนึ่ง ลูกค้าถูกหลอกให้จ่ายเงิน โดยที่ทางร้านไม่ได้ทำอะไรเลย และข้อผิดพลาดง่ายๆ กลับถูกวินิจฉัยมั่วๆ (แบบว่า ลูกค้าฟังแล้วไม่เข้าใจ) เพื่อให้รู้สึกว่า มันเป็นปัญหาที่ลูกค้าต้องยอมจ่าย เจ้าหน้าที่สืบสวนจากสถาบันมาตรฐานการค้า (Trading Standard Institute) กล่าวว่า เขาถึงกับช็อคไปเลย เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

สำหรับการสืบสวนในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์เฝ้าระวัง (suveillance software) เข้าไปในโน้ตบุ๊ก ซึ่งมันจะทำงานทุกครั้งที่มีการล็อกอินเข้าไปในเครื่อง โดยที่ผู้ใช้จะไม่ทันระวัง หรือจับสังเกตได้ ทั้งนี้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะจับภาพกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ รวมถึงภาพใบหน้าของผู้ใช้ผ่านทางกล้องที่ติดมากับเครื่องแบบเรียลไทม์ ทำให้ฝ่ายสืบสวนสามารถระบุได้ว่า มีใครบ้างที่ยุ่งเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และได้ทำอะไรกับเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง

ทีมงานได้ทำให้เครื่องมีปัญหาในลักษณะที่สามารถตรวจสอบวินิจฉัยได้ง่าย โดยปลดชิปหน่วยความจำที่อยู่ภายในเครื่องให้หลวม ซึ่งทำให้ไม่สามารถโหลด Windows ได้ ซึ่งการแก้ไขให้เป็นปกติก็เพียงแค่กดชิปหน่วยความจำในเครื่องเข้าไปในคอนเน็คเตอร์ให้แน่นก็เป็นอันเรียบร้อย โดยทีมงานได้เลือกร้านซ่อมคอมพ์ไว้ 6 แห่งด้วยกัน แทบทุกร้านวินิจฉัยอาการแบบมั่วๆ หรือไม่ก็เรียกค่าบริการซ่อมแพงเกินกว่าเหตุยกเว้นร้านเดียว

กรณีของการกระทำผิดที่ร้ายแรงที่สุดก็คือร้านที่ชื่อว่า Revival Computers ในแฮมเมอร์สมิธ ทางฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน หลังจากที่ทางร้านตรวจพบข้อบกพร่องที่แท้จริง วิศวกรทางร้านโทรกลับมารายงานว่า คอมพิวเตอร์ที่ส่งซ่อมต้องได้รับการเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ ซึ่งมีราคา 130 ปอนด์ (ประมาณ 7,300 บาท) นอกจากการโก่งค่าซ่อมแบบไร้เหตุผลนี้แล้ว ซอฟต์แวร์เฝ้าระวังที่ติดไปกับเครื่องยังสามารถบันทึกได้ว่า หนึ่งในนักเทคนิคที่ซ่อมเครื่องได้สืบค้นไฟล์ต่างๆ ในฮาร์ดดิสก์ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล ภาพถ่ายส่วนตัวในวันหยุดของเจ้าของเครื่องดังที่อยู่ในชุดบิกินี่ ซึ่งระหว่างที่แอบเปิดดูไฟล์ต่างๆ เขายังยิ้มอย่างมีความสุข และโชว์ภาพให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ดูด้วย
หลังจากดูภาพอย่างสนุกสนานแล้ว ช่างเทคนิคคนที่สองดึงเครื่องไปดูภาพต่างๆ ที่อยู่ในโฟลเดอร์ที่ระบุชัดเจนว่า "private" (ส่วนตัว) จากนั้นเขาเอาแฟลชไดรฟ์ของตัวเองมาต่อกับโน้ตบุ๊ก เพื่อก็อปปี้ไฟล์ต่างๆ ออกไป รวมถึงพาสเวิร์ด และรูปภาพเข้าไปในโฟลเดอร์ที่มีชื่อว่า "mamma jammas" หนึ่งในไฟล์ที่ถูกก็อปปี้ไปนั้นจะมีไฟล์ข้อความที่จัดเก็บพาสเวิร์ดสำหรับเข้าไปใช้บริการ Facebook, Hotmail, eBay และบัญชีธนาคาร NatWest เมื่อนักเทคนิคที่เป็นช่างซ่อมพบข้อมูลดังกล่าว เขาไม่รอช้าที่จะเปิดเว็บบราวเซอร์บนโน้ตบุ๊ก และพยายามล็อกอินเข้าไปในบัญชีธนาคารของลูกค้าที่เป็นเจ้าของเครื่องเป็นเวลาประมาณ 5 นาที แต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากรายละเอียดของข้อมูลดังกล่าวทางทีมงานได้จัดทำปลอมขึ้นมา ทางร้านปฏิเสธที่จะให้เหตุผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับทาง Sky News โดยอ้างไม่ทราบว่ามีข้อกล่าวหาจากการกระทำในลักษณะนี้ด้วย

กล่าวโดยสรุปก็ํคือ การส่งเครื่องให้ซ่องซ่อมคอมพ์อาจจะเจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน หากทางร้านมีช่องซ่อมที่ไร้จรรยาบรรณ โดยความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของเครื่องมีตั้งแต่เบาสุด คือได้รับคำตอบในการแก้ปัญหาที่มั่วนิ่ม การเก็บค่าบริการซ่อมเกินความเป็นจริง และทีร้ายแรงสุดคือขโมยข้อมูล ตลอดจนพยายามแฮคฯ ในจำนวน 6 ร้านซ่อม มีเพียงแค่ร้านเดียวที่แก้ปัญหาให้โดยไม่คิดค่าบริการอีกด้วย
เชิญชมวิดิโอสาธิตการใช้งาน
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก..

แค่ลากเมาส์"บราวเซอร์"ก็เชื่อฟัง?
แค่ลากเมาส์"บราวเซอร์"ก็เชื่อฟัง?
"คงสนุกดีเหมือนกันนะครับ ถ้าหากแค่เราลากเมาส์ไปมา ก็สามารถเปิด หรือปิดแท็บ ไปหน้าเว็บก่อนหน้านี้ หรือหน้าถัดไป ตลอดจนรีเฟรชหน้าเว็บในบราวเซอร์ได้เลย ทั้งหมดนี้ไม่ได้โม้ แต่เป็นเรื่องจริงที่คุณผู้อ่านสามารถลองทำได้...ไม่ยากเลย"
เชิญชมวิดิโอสาธิตการใช้งาน
Gesture Control รูปแบบการควบคุมด้วย “ท่าทางที่เป็นสัญลักษณ์” กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น จากสิ่งที่เห็นในภาพยนต์เรื่อง Minority Report ที่ ทอม ครูส พระเอกของเราสวมถุงมืออินพุท ก่อนที่จะขยับมือทำท่าทางต่างๆ กลางอากาศ เพื่อโยกย้ายถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลจนดูน่าอัศจรรย์ในวันนั้น แต่สำหรับวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวดูช่างเป็นเรื่องธรรมดาซะเหลือเกิน...

ก่อนหน้านี้ โตชิบา (Toshiba) ได้ออกโน้ตบุ๊กในซีรียส์ Qosimo ที่สามารถใช้สัญญาณมือ (Hand Gesture Control) เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายพอยน์เตอร์ และหน้าต่างบน Windows ตลอดจนสั่งเล่น หรือหยุดวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่ได้ด้วยมือเปล่า เรียกได้ว่า ไม่แพ้พี่ทอมกันเลยทีเดียว

นอกจากการใช้สัญญาณมือแบบนี้แล้ว ทางด้าน Apple ก็ได้เพิ่มคุณสมบัติการทำงานลักษณะนี้เข้าไปในแทร็คแพด (Trackpad) ของแม็คบุ๊ก (MacBook) โดยผู้ใช้สามารถลากนิ้วมือ (มากกว่าหนึ่งนิ้วก็ได้) ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ OS ตอบสนองการทำงานในลักษณะที่ต้องการเช่น เลื่อน, หมุน, ซูม และคลิ้ก เป็นต้น ซึ่งการทำงานลักษณะนี้กับทัชแพด (Touchpad) ของโน้ตบุ๊กบางรุ่นก็มีแล้วเหมือนกัน


ว่าแต่โม้มาตั้งนานแล้ว มันเกี่ยวอะไรกับบราวเซอร์ Google Chrome ล่ะ เรื่องของเรื่องก็คือ ผมจะชวนคุณผู้อ่านให้มาลองของด้วยการใช้ปลั๊กอิน Gesture Control เพื่อควบคุมการทำงานของ Chrome ด้วยการเลื่อนเมาส์ (Mouse) ในรูปแบบต่างๆ นั่นเอง
Chrome Extension
งานนี้พระเอกของเราก็คือ ส่วนเพิ่มเติมการทำงาน (Extension) ของบราวเซอร์ Chrome นั่นเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ที่ทาง Google เอาใจผู้ใช้ที่ชื่นชอบ Add-On ของ Firefox อย่างไรก็ตาม Chrome ที่จะใช้ Extension ได้ต้องเป็นเวอร์ชัน Developer เนื่องจากคุณสมบัติการทำงานดังกล่าวของ Chrome ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หลังจากดาวน์โหลด Installer และติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การเพิ่มเติมพารามิเตอร์ เพื่อให้รองรับ Extension ที่จะเพิ่มเติมเข้าไปใน Chrome ได้

เตรียม Chrome ให้พร้อมรับ Extension
หลังจากติดตั้งโปรแกรมเข้าไปแล้ว ให้ทำชอร์ทคัท (หรือคลิ้กขวาบนไอคอนโปรแกรมบนเมนู Start) เพื่อเติมพารามิเตอร์ให้ Chrome พร้อมรับ Gesture Control Extension โดยคลิกขวาบนไอคอนโปรแกรมบนเมนู Start หรือชอร์ทคัท แล้วเลือกคำสั่ง Properties ในช่อง Target ให้เติมพารามิเตอร์ต่อท้ายเข้าไปว่า --enable-extensions ดังรูป แล้วคลิ้กปุ่ม OK เพียงแค่นี้ Google Chrome ก็พร้อมติดตั้งส่วนโปรแกรมเพิ่มเติมแล้ว

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Gesture Control Extension ให้เปิดโปรแกรมบราวเซอร์ Google Chrome จากนั้นเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการ Extension ของ Google คลิ้กบนรายการที่มีชื่อว่า ChromeGestures.crx ดังรูป

จากนั้นบราวเซอร์จะป๊อปอัพขึ้นมาถามว่า "Are you sure, you want to install this extension?" คลิ้กปุ่ม OK เพื่อยอมรับการดาวน์โหลด และติดตั้ง Extension

เสร็จแล้วรีสตาร์ท Google Chrome เพื่อให้ Extension พร้อมทำงาน ถ้าพร้อมแล้วเราไปลุยกันเลย
ลองของกับ Gesture Control บน Chrome
ขั้นแรกเปิด หน้าต่าง Help สำหรับการช้ Extension ตัวนี้ก่อน โดยคลิ้กขวาบนเมาส์ค้างไว้ แล้วลาก ขึ้น->ขวา->ลง->ซ้าย->ลง ลักษณะคล้ายกับการลากเมาส์เป็นเครื่องหมายคำถาม ให้สังเกตว่า ขณะลากเมาส์ ตรงกลางหน้าจอจะมีกล่องสี่เหลี่ยมปรากฎขึ้นมาแสดงทิศทางการลากให้เห็นด้วยว่า ตามลำดับที่ถูกต้อง หรือไม่? หากถูกต้องหน้าต่าง Help ของการใช้ Extension จะปรากฎขึ้นมาดังรูปข้างล่างนี้
คราวนี้ก็ลองควบคุมตามภาพใน Help ดูนะครับ โดยจุดแดง หมายถึง เริ่มต้นคลิ้กขวา แล้วลากไปตามทิศทางของเส้น เช่น การคลิ้กขวาค้างลากลงแล้วเลื่อนไปทางขวา จะเท่ากับสั่งเปิดหน้าต่างแท็บใหม่ แต่ถ้าเปลี่ยนทิศไปทางซ้าย จะกลายเป็นปิดแท็บขณะนั้น เป็นต้น

"ลองของ"...ลองดู...ให้รู้จริง
หวังว่า คอลัมน์”ลองของ”บทความที่จัดทำขึ้นเฉพาะสมาชิกเว็บไซต์ http://www.aip.co.th/ คงจะเป็นที่ถูกใจใครหลายๆ ท่านนะครับ ส่วนครั้งหน้า ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเล่นอะไรสนุกๆ นั้น คงต้องขออุบไว้ก่อน แต่ยังไงก็อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ ฉบับนี้ขอไปวาดลวดลายกับ Gesture Control บน Google Chrome ก่อนดีกว่า แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ :p
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสารโปรแกรม
ซัมซุงเปิดตัวอีบุ๊กท้าชนคินเดิ้ลอีกราย
ซัมซุงเปิดตัวอีบุ๊กท้าชนคินเดิ้ลอีกราย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซัมซุง (Samsung) ประกาศเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊ก (e-book Reader) ของทางบริษัทที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวก โดยจะเริ่มวางจำหน่ายภายในประเทศเกาหลีใต้ก่อน ทั้งนี้ตามรายงานข่าวระบุว่า เนื้อหาของอีบุ๊กจะมาจากเครือข่ายร้านหนังสือในท้องถิ่น

SNE-50K อีบุ๊กรุ่นล่าสุดจากซัมซุงจะมีสนนราคาอยู่ที่ 339,000 วอน หรือประมาณ 9,200 บาท โดยมีขนาดหน้าจอระบบสัมผัส 5 นิ้ว (คินเดิ้ลจะมีขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว) ซึ่งผู้ใช้สามารถเขียน และจัดเก็บโน้ตข้อความต่างๆ บนหน้าอีบุ๊กได้ ภายในตัวเครื่องจะมีหน่วยความจำ 512MB (และไม่มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำเพิมเติม) มากกว่า Reader ของSony ในระดับราคาเท่าๆ กัน แต่น้อยกว่า Kindle ของ Amazon.com ในขณะเดียวกันเครื่องอ่านอีบุ๊กของซัมซุงจะมีความบางแค่ 9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 6.5 ออนซ์เท่านั้น เทียบกับคินเดิ้ลทีมีน้ำหนัก 10 ออนซ์

อย่างไรก็ดี ซัมซุงกำลังอยู่ในระหว่างการทำเวอร์ชันต่างๆ ของเครื่องอ่านอีบุ๊ก เพื่อให้สามารถขายไปยังประเทศต่างๆ ได้อีกด้วย โดยผู้บริหารกล่าวว่า ทางบริษัทตั้งใจจะแสดงต้นแบบในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ทั้งนี้ทางบริษัทยังได้มีการเจราจากับสำนักพิมพ์ต่างๆ และร้านค้าสำหรับคอนเท็นต์ในอีบุ๊ก การกระโดดเข้าสู่สมรภูมิอีบุ๊กครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ชิมลางเท่านั้น โดย Lew Jae-Young รองประธานบริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ยังกล่าวอีกด้วยว่า "เรามองหาวิธีที่จะเป็นผู้เล่นในตลาดอีบุ๊กที่ใหญ่กว่าแอมะซอน และโซนี่"

สำหรับในเกาหลีใต้เอง ซัมซุงได้ร่วมมือกับร้านหนังสือออนไลน์อย่าง Kyobo Bookstore Co., หนึ่งในเครือข่ายร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุด เพื่อเปิดให้บริการหนังสือดาวน์โหลด ซึ่งปัจจุบันทางร้านมีอีบุ๊กประมาณ 2,500 ไตเติ้ล ทั้ืงนี้ราคาของอีบุ๊กจะถูกกว่าหนังสือเล่มประมาณ 40% ส่วนใหญ่จะเป็นคอนเท็นต์ภายในประเทศเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม เครื่องอ่านอีบุ๊กของซัมซุงจะไม่สนับสนุนการดาวน์โหลดไร้สาย หรือการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เหมือนกับคินเดิ้ลของแอมะซอน และผู้ผลิตบางราย แต่จะใช้วิธีให้ลูกค้าดาวน์โหลดอีบุ๊กลงบนพีซี และถ่ายโอนเข้าไปในเครื่องอ่านอีบุ๊กอีกทีหนึ่ง

นอกจากนี้ ทางซัมซุงยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ซอฟต์แวร์ภายในเครื่องอ่านอีบุ๊กจะสามารถแสดงผลเอกสารที่สร้างขึ้นจากโปรแกรมออฟฟิศของไมโครซอฟท์ และ PDF ของอะโดบี้ซิสเต็มได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร it มือถือ
"เกตส์"เลิกใช้เฟซบุ๊กเหตุเพราะดังเกิน!!!
"เกตส์"เลิกใช้เฟซบุ๊กเหตุเพราะดังเกิน!!!
รายงานข่าวในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Telegraph จากเมืองผู้ดีระบุว่า บิล เกตส์ (Bill Gates) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ (Microsoft) ยอมรับว่า เขาจำเป็นต้องเลิกใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) เนื่องจากความดังของตัวเขาที่มากเกินไปจนมีผู้คนอยากเป็นเพื่อนด้วยนับหมื่นราย
เกตส์ประหลาดใจเมื่อพบว่า ภายในระยะเวลาอันสั้น เฟซบุ๊กของเขาก็มีข้อความเข้ามาท่วมท้นจนไม่อาจจะตอบรับได้ทัน "มันเป็นเรื่องลำบากมากเกินไป ผมก็เลยขอเลิกใช้ดีกว่า" เกตส์บอกกับผู้ฟังการบรรยายของเขาในอินเดีย นอกจากนรี้เขายังกลาวอีกด้วยว่า "มีผู้คนในเฟซบุ๊กต้องการเป็นเพื่อนกับผม 10,000 ราย" แน่นอนว่า เขาคงจะจำได้ไม่กี่คน หรือจำใครไม่ได้เลย เพราะมันดูซับซ้อน และชวนสับสนเหลือเกิน เกตส์ยังสารภาพอีกด้วยว่า เขาไม่ใช่คนที่ชอบเขียนข้อความโต้ตอบในลักษณะนี้

สำหรับแฟนเพจในเฟซบุ๊กของบิลเกตส์มีผู้ติดตาม (followers) เกือบ 17,000 คนในขณะที่หน้าเว็บเกี่ยวกับการกุศลของเขามีผู้ใช้ที่ให้การสนับสนุนถึง 34,000 ราย แต่ทั้งสองหน้ารวมกันยังเทียบไม่ได้กับแฟนเพจของไมเคิลแจ็คสันที่มีผู้สนับสนุนมากกว่า 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี เกตส์ได้ให้คอมเมนต์เรื่องดังกล่าวในงานที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation ในกรุงนิวเดลฮี ประเทศอินเดีย
จากข้อมูลในเฟซบุ๊กของเกตส์พบว่า รายการทีวีที่เขาชื่นชอบคือ 24 และเรื่องอื่นๆ ที่เขาสนใจก็จะมีเทนนิส การอ่านหนังสือ และภาพยนต์ต่างๆ นอกจากนี้ บิลเกตส์ไม่ใช่คนดังคนเดียวที่ต้องเลิกใช้เฟซบุ๊กไป มาธาร์ สจ๊วต เจ้าของรายการขวัญใจแม่บ้านอเมริกัน ก็ยอมรับว่า เธอเองก็เพิ่งเลิกใช้เฟซบุ๊กไป เนื่องจากมันใช้เวลาของเธอมากเกินไป ส่วนตัวเธอแล้วชอบใช้ Twitter มากกว่า
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร Scoial Media
โฮมเพจใหม่ Twitter "เสิร์ช"ได้เลย
โฮมเพจใหม่ Twitter "เสิร์ช"ได้เลย
ทวิตเตอร์ (twitter) ดีไซน์โฮมเพจใหม่ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เข้ามาเป็นครั้งแรก (ยังไม่มีบัญชีผู้ใช้) หรือสมาชิกที่ยังไม่ได้ล็อกอิน ซึ่งดีไซน์ของเดิมจะเน้นให้ล็อกอินเข้าไช้ระบบ เท่ากับเป็นการบังคับให้ผู้ใช้มีทางเลือกเดียวคือสมัครเป็นสมาชิก แต่ล่าสุดทวิตเตอร์เปิดให้ผู้ใช้ค้นหา (Search) สิ่งที่ผู้คนในโซเชียลเน็ตเวิร์กแห่งนี้พูดคุยกันได้ทันที หรือเลือกจะลงทะเบียน(Sign up)เป็นสมาชิก

สำหรับการเปิดช่องทางให้ผู้ใช้บริการทวิตเตอร์ได้เสิร์ช ซึ่งเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของผู้ใช้เน็ตทั่วโลก ถือเป็นความฉลาดในการออกแบบที่ทำให้ผู้ใช้ (ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก หรือไม่ได้ต้องการล็อกอิน) ได้เห็นความคิดในประเด็นเรื่องราวต่างๆ ของผู้คนในสังคมนี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความคิด ไอเดีย และความเห็นต่อ"คีย์เวิร์ด"ที่สดใหม่จากผู้คนทั่วโลกที่อาจจะเพิ่งโพสต์เข้าไปเมื่อหนึ่งนาทีทีผ่านมา ด้านล่างจะเป็นแนวโน้มที่ผู้คนในสังคมขนาดใหญ่นี้กำลังพูดถึงกัน (ด้วยระดับความเร็วของการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่นาทีจนถึงชั่วโมง วันจนถึงสัปดาห์) ซึ่งการทำให้ผู้ใช้มือใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าว จะช่วยให้เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของการเป็นส่วนหนึ่งของไมโครบล็อกแห่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว

การออกแบบให้ช่องค้นหาเป็นสิ่งที่ผู้ใช้พบเห็นเป็นอันดับแรก เป็นการยั่วให้ผู้ใช้ที่ไม่รู้จักทวิตเตอร์ได้ลองสำรวจความคิดของคนในสังคมผ่านบริการนี้ แถมผลลัพธ์ที่ได้ยังอยู่ในหน้าเว็บเดียวกันอีกด้วย นอกจากนี้ที่ด้านข้างยังมีลิงค์ของหัวข้อที่กำลังได้รับการพูดถึงมากเป็นพิเศษ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นประเด็นที่อยู่ในกระแส หรือแนวโน้มนั่นเอง (Trending Topics) ซึ่งเมื่อคลิ้กเข้าไปจะสังเกตเห็นแถบสีน้ำเงินเข้มด้านบน จะมีการให้คำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อแนวโน้มนั้นๆ ด้วยว่า มันคืออะไร? ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการมาก (Techcrunch รายงานว่า คำอธิบายแนวโน้มที่เห็นนั้น ดึงมาจากบริการ What The Trend?)

ดูเหมือน Twitter จะออกแบบใหม่เฉพาะส่วนของบริการที่อยู่ในโฮมเพจ สำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ หรือยังไม่ได้ล็อกอินเท่านั้น สว่นรายละเอียดของอินเตอร์เฟซหน้าบริการสมาชิกยังคงมีฟังก์ชันต่างๆ เหมือนเดิม นั่นหมายความว่า เป้าหมายสำคัญของการปรับเปลียนหน้าโฮมของทวิตเตอร์ก็คือ การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการมากขึ้น (แต่เดิมเน้นให้ล็อกอิน เพื่อบังคับให้สมัครก่อนใช้บริการ) พร้อมทั้งทำให้เกิด engagement หรือการอยู่ใช้บริการนานขึ้นด้วย เพราะนอกจากโพสต์ และอ่านข้อความที่โต้ตอบกับกลุ่มเพื่อนๆ แล้ว หากเข้ามาที่โฮมเพจใหม่ก็สามารถเสิร์ชเรื่องที่สนใจ หรืออยู่ในกระแสได้ทันที ซึ่ง Twitter เลือกใช้บริการค้นหา/แนวโน้ม (Search/Trend) เป็นคีย์ฟังก์ชันในการออกแบบหน้าโฮมใหม่ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่ใหญ่กว่าก็คือ การทำให้ทวิตเตอร์มีฟังก์ชันที่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจในการเข้ามาใช้บริการ และเกิดการหารายได้ให้กับทวิตเตอร์เองในอนาคต อย่างเช่น ล่าสุดทวิตเตอร์เปิดบริการวิธีทำธุรกิจด้วยทวิตเตอร์ (Twitter 101 Special) เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร Scoial Media
Zii Egg เพชรฆาต iPod Touch มาแล้ว!!!

Zii Egg เพชรฆาต iPod Touch มาแล้ว!!!
Zii Egg เครื่องเล่นมีเดียรุ่นใหม่ล่าสุดของครีเอทีฟ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google โดยมีหน้าจอแอลซีดีระบบสัมผัส (10 ตำแหน่งได้พร้อมกัน) ขนาด 3.5 นิ้ว (320 x 480, 16 ล้านสี) หน่วยความจำภายใน 32GB แต่สามารถเพิ่มเติมด้วยการ์ดหน่วยความจำ SDHC ที่มีความจุสูงสุดถึง 32GB (รวมกันได้ 64GB) พร้อมคุณสมบัติการเป็น GPS ไร้สาย WiFi และ Bluetooth ตลอดจนความสามารถในการเล่นวิดีโอไฮเดฟฯที่ 1080p อีกด้วย แถมยังสนับสนุน Accelerometer 3 แกนสำหรับการเล่นเกมส์แบบไอพอดทัช และไอโฟนด้วย
เชิญชมวิดิโอสาธิตการใช้งาน
นอกจากนี้มันยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับ Flash Lite และสามารถบันทึกวิดีโอระดับไฮเดฟด้วยกล้องที่อยู่ด้านหลังเครื่อง ในขณะที่กล้อง VGA ด้านหน้าสามารถใช้เล่นวิดีโอแชต Zii Egg ไม่เพียงแต่จะเหมาะกับผู้สนใจเครื่องเล่นมีเดียที่มีคุณสมบัติการทำงานเพียบพร้อมสารพัดตั้งเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง อินเทอร์เน็ตไร้สาย ถ่าย/วิวภาพนิ่ง และการบันทึกวิดีโอแล้ว Zii Egg ยังมาพร้อมกับชุดคิท Zii Plazma สำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชันอีกด้วย สนนราคาของ Zii Egg อยู่ที่ 399 เหรียญฯ หรือประมาณ 15,000 บาท โดยรวมคุณสมบัติของ Zii Egg ที่มีอยู่มากมาย จนมันดูเหมือนกับคอมพิวเตอร์ เพื่อความบนเทิงที่ย่อส่วนลงมา แถมยังเปิดโอกาสให้ได้พัฒนาต่อยอดด้วยโอเพ่นซอร์ส งานนี้ครีเอทีฟจะเจาะไข่แดงตลาดเครื่องเล่นมีเดียเพลยเยอร์ได้สำเร็จ หรือไม่? คงต้องดูกันต่อไป

เชิญชมวิดิโอสาธิตการใช้งาน
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก..

ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร it มือถือ
GRID 2 อัพเดตคลิปเกมเพลย์+ภาพใหม่

พูดถึงแนวเกมส์แข่งรถแล้วล่ะก็ คนทั่วไปอาจจะคิดว่ามันก็แค่เกมส์แข่งรถให้เร็ว เข้าเส้นชัยได้ที่ 1 ก็จบ แต่จริงๆแล้วเกมส์รถแข่งนั้นมีความลึกซึ่งมากกว่าการชิงชัยเป็นที่หนึ่ง เพราะกีฬาประเภทแข่งความเร็วไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว เกมส์แข่งรถก็เช่นกัน มีทั้งการแข่งแบบเซอร์กิต ที่เป็นสนามแข่งทางเรียบ การแข่งแบบแรลลี่ แข่งแบบออฟโรด การแข่งแบบสตรีทเรซ ซึ่งเกมส์รถแข่งแบบที่คนไทยชอบเล่นกันมากที่สุดก็คือแนว Street Race นั่นเอง คือใช้ถนนหลวงที่วิ่งรถกันทั่วไปเนี่ยแหละแข่ง สาเหตุก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมขาซิ่งชาวไทยจึงชอบแนวนี้ น่าจะเพราะสนามแข่งแบบถนนในเมืองได้ฟิลลิ่งมากกว่าสนามแข่งแบบปิดกระมัง ซึ่งในเกมส์ GRID 2 ก็จะเน้นสนามแข่งทั้งสองแบบให้เลือกกันตามใจชอบว่าอยากได้สนามแบบไหน ซึ่งทุกสนามจำลองมาจากสถานที่จริงๆทั้งหมด
GRID 2 กำหนดขายวันที่ 28 พฤษภาคม 2013 พร้อมกันทุกแพลทฟอร์ม ทั้ง PS3, X360 และ PC โดยภาคนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความสมจริงของเกมส์มากขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นสนามแข่ง รถแข่ง หรือสถานที่ต่างๆในเกมส์ ล้วนสร้างขึ้นมาจากสถานที่จริงๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย อย่างเช่นสนาม Abu Dhabi และ Paris แถมยังเพิ่มความสมจริงในการขับขี่ด้วยระบบ Handling หรือการบังคับพวงมาลัยให้สมจริงมากขึ้นด้วย ส่วนผู้ที่ชื่นชอบเล่นโหมด Online ภาคนี้ก็มีระบบใหม่ RaceNet ที่มีฟีเจอร์แสดงข้อมูลผู้เล่นออนไลน์มากขึ้นด้วย
GRID 2 อัพเดตคลิปเกมเพลย์+ภาพใหม่









+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วีดีโอและภาพจาก
http://www.allgamesbeta.com/2013/02/...y-trailer.html
ป้ายกำกับ:
หมวดหมู่ ข่าวสาร game update



